ผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยที่ต้องได้รับอาหารสายยางการดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องได้รับอาหารทางสายยาง เป็นงานที่ต้องอาศัยความอดทนและความละเอียดรอบคอบสูงมากครับ เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่มีข้อจำกัดเรื่องการกิน แต่ระบบต่าง ๆ ของร่างกายยังทำงานถดถอยลงจากการไม่ได้เคลื่อนไหว
ผมสรุป "เช็กลิสต์ 5 ด้าน" ที่ผู้ดูแลต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยดังนี้ครับ:
1. การจัดท่าทางและการป้องกันการสำลัก (Positioning)
ปัญหาที่น่ากลัวที่สุดคือ "ปอดอักเสบจากการสำลัก"
ขณะให้อาหาร: ต้องจัดให้นั่งหรือหนุนหัวสูง 30-45 องศา เสมอ
หลังให้อาหาร: ห้ามนอนราบทันที ให้คงท่าเดิมไว้ อย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้อาหารเคลื่อนตัวลงจากกระเพาะสู่ลำไส้
ขณะเปลี่ยนท่า: หากต้องการพลิกตัวเพื่อป้องกันแผลกดทับ ให้รอจนพ้นช่วง 1 ชั่วโมงหลังมื้ออาหารไปแล้ว
2. สุขอนามัยของอุปกรณ์และผู้ดูแล (Hygiene)
ล้างมือ: ผู้ดูแลต้องล้างมือทุกครั้งก่อนสัมผัสสายยางหรือเตรียมอาหาร
ล้างสาย (Flush): ใช้น้ำต้มสุกสะอาด 30-50 ซีซี ล้างสายหลังมื้ออาหารและมื้อยาจนสายใสสะอาด
ความสะอาดจุกสาย: เช็ดข้อต่อสายด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% ก่อนและหลังเปิดใช้ทุกครั้ง
3. การดูแลผิวหนังและแผลกดทับ (Skin Care)
ผู้ป่วยติดเตียงเสี่ยงต่อแผลกดทับสูงมาก เนื่องจากโภชนาการอาจไม่เต็มที่และร่างกายไม่ได้ขยับ
จุดกดทับจากอุปกรณ์: ระวังแผลที่ปีกจมูก (จากสายจมูก) หรือแผลรอบรูเจาะหน้าท้อง (จากสายหน้าท้อง)
จุดกดทับตามร่างกาย: ก้นกบ สะโพก และส้นเท้า ต้องพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง
โภชนาการ: หากสารอาหาร (โดยเฉพาะโปรตีน) ไม่เพียงพอ ผิวหนังจะบางและแตกง่ายขึ้น ทำให้แผลกดทับเกิดง่ายและหายยาก
4. การดูแลช่องปาก (Oral Care)
นี่คือจุดที่คนมักมองข้ามมากที่สุดครับ
ความเข้าใจผิด: คิดว่าไม่ได้กินทางปากแล้วไม่ต้องแปรงฟัน
ความจริง: แบคทีเรียในปากจะเจริญเติบโตเร็วมาก หากสำลักน้ำลายตัวเองเพียงนิดเดียว แบคทีเรียจะลงปอดทันที
วิธีดูแล: ใช้ผ้าชุบน้ำเกลือเช็ดลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม หรือใช้แปรงสีฟันขนนุ่มแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง
5. การเฝ้าระวังระบบขับถ่าย (Excretion)
ท้องผูก: พบได้บ่อยที่สุดเพราะไม่ได้เคลื่อนไหว ควรเพิ่มกากใยในสูตรอาหารและนวดท้องวนตามเข็มนาฬิกา
ท้องเสีย: สังเกตว่าอาหารบูดหรือไม่ หรือความเร็วในการให้เร็วเกินไปหรือไม่ (ควรใช้เวลา 30-45 นาทีต่อมื้อ)
💡 เคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับผู้ดูแล
ควรมี "สมุดบันทึกการให้อาหาร" เพื่อจดปริมาณอาหารที่ได้รับจริง ปริมาณน้ำเปล่า ลักษณะการขับถ่าย และความผิดปกติที่พบ (เช่น มีอาหารค้างในกระเพาะเยอะ) ข้อมูลนี้จะมีประโยชน์มากเมื่อไปพบแพทย์ตามนัดครับ